Home » คู่มือ.. นักธุรกิจออนไลน์, เครื่องมือพิเศษ

เทคนิคการเลือก Theme WordPress

8 พฤศจิกายน 2010 No Comment

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สร้างเว็บไซต์จาก WordPress จะเห็นว่ามี Theme สวย ๆ ให้เราเลือกใช้มากมาย ที่สำคัญคือ “ฟรี” และด้วยความที่มันมีมากมายนี่เอง อาจทำให้เพื่อน ๆ เลือกไม่ถูกว่าจะใช้อันไหนดี ประมาณว่า อันนี้ก็งาน อันนี้ก็สวย ตัดสินใจไม่ถูก ผมมีเทคนิคการเลือก Theme WordPress มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

รูปร่างหน้าตาของเว็บที่สร้างจาก WordPress มีองค์ประกอบใหญ่ ๆ อยู่ 4 ส่วน คือ

1. Header (ส่วนหัว) เป็นส่วนที่แสดงชื่อบทความ แสดงภาพจาก Theme ที่เลือก และเป็นที่อยู่ของปุ่มเมนู

2. ส่วนของเนื้อหา เป็นส่วนที่แสดงเนื้อหาของเรื่อง หรือ หน้า ตามแต่ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้เลือกเปิด

3. Side Bar (ส่วนข้าง) เป็นส่วนที่แสดงฟังก์ชั่นพิเศษต่าง ๆ เพื่อง่ายต่อการใช้งานของทั้งเจ้าของและผู้เยี่ยมชม

4. Footer (ส่วนท้าย) จะอยู่ด้านล่างสุดของเว็บ เป็นส่วนที่แสดงฟังก์ชั่นพิเศษต่าง ๆ เช่นเดียวกับ Side Bar

สิ่งที่มีเหมือนกันแน่ ๆ ใน Theme แต่ละตัว คือ Header และ ส่วนเนื้อหา สำหรับ Side Bar และ Footer บาง Theme ก็มีทั้งสองส่วน บาง Theme ก็มีอย่างใดอย่างหนึ่ง บาง Theme ไม่มีเลย

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากของ Theme แต่ละตัว แน่นอนว่าอันดับแรกต้องเป็นเรื่องภาพและสี ซึ่งหลาย ๆ คนมักจะคิดว่าความแตกต่างมีเพียงเท่านี้ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ครับ ยังมีส่วนของลูกเล่นต่าง ๆ อีกมากมายที่เราจะสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มเติมเข้าไปได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปรับแต่งหรือเพิ่มเติมเข้าไปได้โดยตรงเหมือนกันหมดทุก Theme แต่ต้องการจะแก้ไข ปรับแต่ง หรือเพิ่มเติม ก็ทำได้เหมือนกันโดยการเข้าไปแก้ไขที่ชุดคำสั่ง แต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม คือ ภาษา HTML

ในการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ของผม การจะเลือกใช้ Theme ตัวไหน เป็นสิ่งที่จะทำเป็นอันดับรองสุดท้าย ถ้าจะให้อธิบายด้วยตัวหนังสืออาจจะงงกันได้ ลองเข้าไปดูตัวอย่างเว็บไซต์ที่ผมสร้างขึ้นมาชื่อ Agel Trainer พร้อมทั้งดูคำอธิบายขั้นตอนการสร้างเว็บของผมด้านล่างนี้ประกอบจะดีกว่า

  • ขั้นแรก ผมจะออกแบบรูปร่างหน้าตาและฟังค์ชั่นการใช้งานของเว็บก่อน จากตัวอย่างเว็บของผม ผมต้องการให้เว็บมีปุ่มเมนูและมีรูป(ยิ่งสามารถเปลี่ยนรูปได้ยิ่งดี) ในส่วน Header ถัดลงมาผมต้องการให้หมวดหมู่ของบทความแสดงออกมาเป็นรูปแบบเมนูย่อยหรือเรียกว่าซับเมนู ต่อมาผมต้องการให้มี Side Bar เพื่อใช้แสดงฟังก์ชั่นพิเศษรวมถึง Plugin ต่าง ๆ ที่จะเอาเข้ามาเพิ่มเติม
  • ขั้นที่สอง เข้าไปเลือก Theme ที่สามารถรองรับความต้องการของผมได้ ถ้าถามว่าแล้วดูยังไง เพื่อน ๆ ก็ดูได้จากคำอธิบายที่อยู่ด้านล่างของแต่ละ Theme ที่จะมีอธิบายอยู่ ทั้งจากที่เราค้นหาในหน้า admin ที่เป็นส่วนที่ใช้ทำงานด้านหลังเว็บ หรือ ถ้าหากค้นหาจาก wordpress.org ก็จะมีแสดงอยู่เช่นกัน
  • ขั้นที่สาม ติดตั้งและทดลองใช้งานแต่ละ Theme ที่เลือกมาว่าอันไหนตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด สีสันต่าง ๆ รวมทั้งภาพถูกใจที่สุด
  • ขั้นที่สี่ ลงมือสร้างเนื้อหาให้กับเว็บ
  • ขั้นสุดท้าย สอดส่องหา Plugin เพิ่มเติม เอาไว้เพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมทั้งแต่งเว็บให้ดูดี มีชาติตระกูล โฉบเฉี่ยว มีสไตล์ เป็นที่น่าสนใจ

ว่ามาซะยืดยาว อันที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรมากหรอก เพียงแต่อยากจะบอกเพื่อน ๆ ว่า ควรจะออกแบบเว็บไซต์ก่อนว่าต้องการให้มีรูปแบบใด การแสดงผลมีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วค่อยเลือก Theme ที่ตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด เรื่องภาพและสีสันเป็นเรื่องรอง เอาเข้าจริง ๆ ก็สามารถไปปรับแต่งได้นะ อย่างเว็บ Agel Trainer ของผมเดิมทีเดียวก็ไม่ใช่รูปกระดานดำ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ซีเรียสเรื่องฟังค์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ต้องการแค่แบบ Standard ก็เลือกจากความสวยงานของ Theme ที่ถูกใจได้เลย

Give.Supawat

Comments are closed.