Home » Marketing News & Idea

กระแสคนคลั่ง Black Friday Deals ฝรั่งก็ชอบของถูก

4 ตุลาคม 2010 No Comment

อีกไม่ถึง 60 วัน ก็จะถึงวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของพวกฝรั่งเค้าแล้วนะครับ แต่หลังจากวันขอบคุณพระเจ้าหนึ่งวัน จะเป็นวันที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่งสำหรับอเมริกันชน นั่นเพราะ มันคือวัน Black Friday 2010 หรือ วันแห่งการช็อปแหลกแห่งปี !! ชนิดใครดีใครอยู่ !! เรียกได้ว่าห้างทุกห้างจะมีประชาชนชาวอเมริกันรุมอัดกันอยู่ตรงประตูทางเข้า และเมื่อห้างเปิดปุ๊บ คุณจะได้เห็นความบ้าคลั่งของฝูงชน ชนิดที่ว่าอาจจะวิ่งเหยียบกันตายได้ เพียงเพื่อจะได้วิ่งเข้าไปคว้าของถูกที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ให้ได้ก่อนใคร

ลองดูตัวอย่าง Black Friday ปีก่อนกันครับ

ที่เป็นกันได้ถึงขนาดนี้ก็เพราะ Black Friday คือวันที่ทุกห้างใหญ่ๆในอเมริกา ยินดีลดราคาสินค้ายอดนิยมทั้งหลายลงมาแบบถล่มทลายน่ะสิครับ เช่น ลดราคา laptop มากถึง 80% แบบนี้เป็นต้น คิดดูละกันครับ เครื่อง laptop ราคา 30,000 ก็จะเหลือเพียง 6,000 เท่านั้น เฉพาะวันนี้วันเดียว โอ้วๆ deals กันแบบสุดๆขนาดนี้ ใครจะไม่เอาล่ะครับ ใช่มั้ยครับ ^__^ ก็เลยเกิดสถานการณ์ชุลมุนกันแบบนี้ล่ะครับ สินค้ายอดฮิตที่ถูกแย่งชิงกันในวันนี้มากที่สุด ก็ได้แก่ โทรทัศน์ เช่น Samsung LED Tv, คอมพิวเตอร์ทั้งแบบ laptop และ netbook , กล้องดิจิตอล คือพูดง่ายๆว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยอดฮิตทั้งหลายนั่นแหละครับ

ซึ่งถ้าเรามองในแง่นักการตลาด เราจะเห็นเลยว่า นี่คือ กลยุทธ์การร่วมมือกันทำตลาดของห้างทุกห้างในอเมริกา (หรือจะเรียกว่า แข่งกันทำตลาด ก็ได้นะครับ) เพื่อสร้างกระแสวัน Black Friday ขึ้นมา จากที่ไม่เคยมีความสำคัญใดๆเลย ก็กลายเป็น Event ขนาดใหญ่ ที่(อาจ)ต้องเอาชีวิตเข้าแลก(ล้อเล่นนะครับ ^^) คือ ถ้าดูวิดีโอเหตุการณ์ Black Friday จากหลายๆสถานที่ จะเห็นว่า มีทั้งคนโดนเหยียบ มีทั้งยื้อแย่งของกันสารพัด เป็นเรื่องปกติของ Event นี้ แล้วใครล่ะครับที่เป็นผู้ชนะตัวจริง ผู้ชนะก็คือ ห้างทั้งหลายนั่นเอง ยิ่งเป็นห้างใหญ่ๆ ที่มีสายป่านยาว ก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะสามารลดแลกแจกแถมได้มากกว่า ได้ใจลูกค้ามากกว่า เกิดการบอกต่อปากต่อปากได้มากกว่า และกลายเป็น Talk of the Town ที่ผู้คนจะต้องเล่าขานและเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อมายื้อแย่งสินค้ากันในปีต่อๆไป นับว่าเป็นกลยุทธ์มัดใจลูกค้าที่ได้ผลคุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง เพราะถ้ามองจากมุมของลูกค้า ก็ถือได้ว่า เป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้าทางหนึ่งนั่นเอง ดังนั้น ห้างก็จะมีภาพลักษณ์ที่ดีในใจของลูกค้าเสมอ เรียกว่าเป็นการสร้าง positioning ในใจลูกค้า ผูกใจกันตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก สืบต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งถึงรุ่นหลานกันเลยทีเดียวเชียวแหละครับ.

เอกภพ เกษมวรศักดิ์

Comments are closed.